"mugen no eichi to mugen no tsuyosa wo te ni suru koto ga dekinai ijou chikara wo motomeru hito ha itsuka kanarazu kabe ni butsukarimasu"
การที่เราจะได้ทั้งความรู้และความแกร่งที่ไม่มีวันสิ้นสุดนั้นทำไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มองหาเพียงแต่พลังสักวันก็ต้องชนกับกำแพง(อุปสรรค)อย่างแน่นอน
by.. NEgima
*------------------------------------------------------------------------------*
" คนญี่ปุ่นที่นิวยอร์กกำลังขายสินค้าชนิดใหม่ที่เรียกว่า"แมวบอนไซ" คนๆนี้พยายามที่จะยัดลูกแมวเข้าไปในขวดโหลใส จากนั้นนำเศษฟางเล็กๆ2ชิ้นใส่ในขวดโหล หนึ่งเพื่อเป็นอาหารให้ลูกแมว อีกหนึ่งเพื่อกำจัดของเสียในตัวลูกแมว เพื่อจะให้ลูกแมวโตมาโดยมีโครงสร้างของโหลนั้น และเขายังให้ยากับลูกแมว เพื่อจะทำให้กระดูกของแมวนั้นอ่อน จนกว่าลูกแมวจะตาย การทรมานนี้จึงจะสิ้นสุด ลูกแมวไม่สามารถขยับได้ในขวดโหล ไม่สามารถทำความสะอาดตนเองได้ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย สินค้าที่ได้จากการทรมานนี้กำลังแพร่หลายในนิวยอร์ก อินโดนีเซีย และนิวซีแลนด์ เพื่อเงิน คนญี่ปุ่นคนนี้ทั้งโหดร้าย และบ้ามาก ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ เขาใช้สารเคมีบางอย่าง เพื่อที่จะทำให้ลูกแมวนั้นอ่อนและมีโครงสร้างเข้ากับขวดโหล "
"เคยมีข่าวว่าเค้าจะผสมพันธุ์แมวให้มันตัวเล็กๆขนาดใส่ในแก้วได้แต่ที่ทรมานคือการที่เค้าไม่ยอมให้มันโตตะหากให้อาหารเม็ดแค่วันละ2-3เม็ดเพื่อไม่ให้มันโต"
คิดดูนะถ้าเปนเราอ่าได้กินข้าวแค่วันละ 2-3เม็ด
มันจะทรมาณแค่ไหน
เหมือนไม่ได้กินอะไรเลยอ่าแล้ยังโดนจับมายัดใส่ขวดอีก
เค้าบอกกันว่ามีมาเปนปีแระแต่เราเพิ่งเคยเหงอ่า
โหดเนอะ -*- สงสารมันชะมัดเลย
ขอให้ไม่เอามาประเทศไทยก้อพอแระไม่ไหวอ่า
*------------------------------------------------------------------------------*
ข้าพเจ้าเป็นเด็กนักเรียนคนหนึ่ง
ซึ่งเพิ่งจบจากโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก
เกือบตลอดชีวิตการเรียนที่ผ่านมาของข้าพเจ้า
ไม่เคยรู้จักคำว่าสอบตก
ไม่มีใครเคยว่าข้าพเจ้าโง่
มีแต่คนชมว่าเรียนเก่ง
แต่แล้ววันหนึ่ง
มีเพื่อนนักเรียนย้ายมาใหม่จากโรงเรียนในกรุงเทพฯ
พริบตานั้นเขาแทนที่ข้าพเจ้าอย่างน่าใจหาย
เขาทั้งเก่ง ทั้งขยัน รอบรู้ จนได้เป็นที่ 1 ของห้อง
ในใจลึกๆ ข้าพเจ้ารู้ว่าตนเองอิจฉา
แต่เขานั้นเอง ที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้ซึ้งถึงความอ่อนของตัวเอง
เขากลายมาเป็นเพื่อนข้าพเจ้าในเวลาไม่นาน
แต่ถึงอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็พยายามไล่ตามเขาอยู่ทุกตลอด
ข้าพเจ้านึกย้อนไปถึงอดีต
เคยมีคนถามข้าพเจ้าว่าทำยังไงถึงเรียนเก่ง
ข้าพเจ้าก็ได้แต่บอกเขาว่า
เราก็ต้องอ่านหนังสือ ช่างสังเกตุ ที่สำคัญ ต้องคิดมากๆ
มาจนบัดนี้
ข้าพเจ้าจึงได้รู้ ว่ามันไม่ใช่
ข้าพเจ้าพยายามอย่างไร ก็ไม่เคยเก่งไปกว่าเขา
ยังคงไล่ตามเขาตลอดเวลา
วันหนึ่งข้าพเจ้าจึงได้ถามเขา
ว่าเขาทำอย่างไรถึงได้เรียนเก่ง
"เราไม่ได้ทำอะไรเลย" เขาบอก "และเราก็ไม่ใช่คนขยันอะไรเลยนะ หนังสือเราก็อ่านเวลาที่อยากอ่าน และส่วนใหญ่ก็มีแต่นิยายแฟนตาซี"
'ถ้างั้นไม่ก็ไม่ได้ต่างจากุซะเท่าไหร่' ข้าพเจ้าคิด
"แต่เรามีความฝันนะ" เขาพูดต่อ "เราอยากจะเล่นการเมือง ถึงใครเขาจะบอกว่านักการเมืองไม่มีดีก็เถอะ แต่เราอยากจะพัฒนาชาติ และไม่ว่ายังไงเราก็ต้องทำให้ได้"
"ปัญญาและพลังนั้น มันไม่มีขีดจำกัด
เราจึงไม่อาจถือครองทั้งหมดได้
บุคคลผู้มีปัญญา จึงไขว่คว้าหาแต่เพียง
พลังที่เพียงพอต่อการฟันฝ่าอุปสรรค
ตรงข้ามกับคนอ่อนแอ
ที่บอกแต่ว่าอยากเก่ง
แต่กลับไร้เป้าหมาย
จนสุดท้าย ก็ไม่ได้อะไรกลับมา"
ข้าพเจ้าจึงได้รู้
ข้าพเจ้าเป็นเพียงแค่เด็กอ่อนหัด
ที่อยากจะดูเก่งในสายตาของคนอื่น
จึงได้พยายามไขว่ขว้าหา "พลัง"
ต่างกับเขา ซึ่งไม่ได้ทำอะไรเลย
ไม่ได้อวดอ้างความเก่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมาสรรเสริญ
แต่เขามี "เป้าหมาย"
และสิ่งที่ทำให้เขาเก่งไม่ใช่การหาความรู้เพียงอย่างเดียว
แต่คือการ"ก้าวข้ามอุปสรรค"
เพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายอย่างมุ่งมั่นนั่นเอง
แล้วคุณละ อยากเก่งไปเพื่ออะไร
*------------------------------------------------------------------------------*
เค้าคนนึงอ่าที่ยังไม่มีเป้าหมายในชีวิตแน่ ๆ ต้องพยายามหน่อยแล้ว
ป.ล.
รักพ่อรักแม่
มิสส..Galz
มิสส..IEP 29
มิสส.. รุ่นน้องและรุ่นพี่
มิสส.. รนม.(อยากกลับไปแล้ว)
